|
ตัวต้านทานปรับค่าได้
     
รูปที่
7 ตัวต้านทานปรับค่าได้
รูปที่ 8 ตัวต้านทานปรับค่าได้แบบหลาย รูปที่
9 ตัวต้านทานปรับค่าได้
ก.แบบ 1 ชั้น ข.แบบ 2 ชั้น หรือแบบ รอบ
(multiturn) แบบหมุนได้ 10 รอบ
แบบทริมเมอร์ ( Trimmer Poteniometer)
สเตอริโอ ค.แบบสไลด์ ง.แบบทริมเมอร์
100 โอห์ม ถึง 100 k โอห์ม
จ.แบบเกือกม้า
ส่วนในตัวต้านทานปรับค่าได้จะมีอยู่หลายประเภท
เช่น แบบหมุน ซึ่งมีทั้งแบบธรรมดาที่หมุนได้รอบเดียวที่ใช้กันทั่วไป และแบบ
พิเศษที่หมุนได้หลายรอบ (Trimmer Potentiometer) และแบบสไลด์ ซึ่งมีรูปร่างและโครงสร้างของบางแบบ
ดังใน รูปที่ 7, 8 , 9 เพราะว่า เมื่อมีกระแส IC ไหลปผ่าน R4 ไปยังขา C ของ
Q1 จะเกิดแรงดันตกคร่อม R4 ทำให้แรงดันจากแบตเตอรี่ไปยังขา C ลดลง จะคงเหลือ
4.7 โวลต์ที่นี้เราจะรู้ค่า R4 ได้อย่างไร จากกฎของโอห์ม
R
= E / I = VR4 / I
โดย E คือ แรงดันที่ตกคร่อมตัวต้านทาน
R4 เราจะรู้ได้โดยถ้าเราต้องการให้แรงดันที่จุด 2 เท่ากับ 4.7 โวลต์ เพราะฉะนั้นแรงดันที่ตก
R4 (VR4)
VR4 = 9 - 4.7 = 4.3
โวลต์
แล้วค่ากระแส (I) ล่ะ
ในที่นี้เราจะมีค่าสมมติให้
I = Ic = 1มิลลิแอมป์
(mA)
= 0.001 แอมป์
เพราะฉะนั้นเราจะคำนวณ
R4 ได้
R = VR4 / I = 4.3 /
0.001
= 4300 โอห์ม = 4.3 กิโลโอห์ม
R1 , R2 จะทำหน้าที่เป็นตัวจัดแรงดัน
เพื่อให้ทรานซิสเตอร์ทำงานในสภาวะที่เหมาะสม
และถ้าคุณใช้มิเตอร์วัดแรงดันที่ตกคร่อม
R4 (VR4) ได้ คุณก็สามารถคำนวณกระแส IC ได้เช่นกัน เพราะกระแสที่ไหลผ่าน
R4 มีค่า เท่ากับ IC โดยใช้กฎโอห์ม
I = E / R
|